ย้อนรอยประวัติศาสตร์การเงิน · วิกฤติต้มยำกุ้ง 2540

วันที่ค่าเงินบาทพัง หนี้ดอลลาร์ของคนไทยโตขึ้นกว่าเท่าตัวในไม่กี่เดือน

25 → 56บาทต่อดอลลาร์

ไทยตรึงค่าเงินไว้ที่ราว 25 บาทต่อดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 2527 จนรัฐบาลต้องปล่อยลอยตัวเมื่อ 2 ก.ค. 2540 พอถึง ม.ค. 2541 บาทอ่อนลงไปแตะ 56 บาท ใครที่กู้เงินเป็นดอลลาร์แต่มีรายได้เป็นบาท ยอดหนี้ในรูปเงินบาทจึงเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า

อ่าน 3 นาที11 ต.ค. 2569รู้ทันข่าวเทรด
ลองคำนวณดู

ถ้าคุณกู้เป็นดอลลาร์ไว้ก่อนวิกฤติ หนี้ของคุณจะกลายเป็นเท่าไหร่

ก่อนลอยตัว (25 บาท)
ม.ค. 2541 (56 บาท)

ไทม์ไลน์

7 เดือนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย

  1. 2527 – 2540
    ตรึงค่าเงิน 25 บาทต่อดอลลาร์

    ค่าเงินแทบไม่ขยับ ธุรกิจจำนวนมากจึงกล้ากู้เงินดอลลาร์ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่า โดยไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

  2. 2 ก.ค. 2540
    ปล่อยลอยตัวค่าเงินบาท

    หลังใช้เงินทุนสำรองสู้การโจมตีค่าเงินจนรับไม่ไหว วันแรกเงินบาทอ่อนลงราว 17–20%

  3. ส.ค. 2540
    รับความช่วยเหลือ IMF 17.2 พันล้านดอลลาร์

    แลกกับเงื่อนไขรัดเข็มขัดและการปิดสถาบันการเงินที่มีปัญหา

  4. ธ.ค. 2540
    ปิดบริษัทเงินทุน 56 แห่ง

    เป็นหนึ่งในภาพจำที่สุดของวิกฤติ เพราะทำให้พนักงานจำนวนมากตกงานในคราวเดียว

  5. ม.ค. 2541
    บาทอ่อนสุดที่ 56 บาทต่อดอลลาร์

    มูลค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์หายไปกว่าครึ่งจากช่วงตรึงค่าเงิน

แล้วเกี่ยวกับเราอย่างไร

บทเรียนเดียวที่ยังใช้ได้ทุกวันนี้ คือรายได้เป็นสกุลไหน หนี้ก็ควรเป็นสกุลนั้น

คนที่กู้ 10,000 ดอลลาร์ไว้ตอนบาทอยู่ที่ 25 มีหนี้ในรูปเงินบาท 250,000 บาท พอบาทไปอยู่ที่ 56 หนี้ก้อนเดิมกลายเป็น 560,000 บาท ทั้งที่ไม่ได้กู้เพิ่มเลย ทุกวันนี้ใครผ่อนของ ลงทุน หรือทำธุรกิจที่ต้องจ่ายเป็นเงินต่างประเทศ เช่น นำเข้าสินค้าหรือจ่ายค่าบริการเป็นดอลลาร์ ก็ยังเจอความเสี่ยงแบบเดียวกันได้ แค่ขนาดเล็กกว่า

วิธีที่ธุรกิจใช้ป้องกันความเสี่ยงนี้ คือทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคาร (forward) หรือหาทางให้รายได้เป็นสกุลเดียวกับหนี้

คุณรู้ทันไหม

ทดสอบ 3 ข้อ จากบทความนี้

อยากได้เรื่องเงินที่เล่าแบบนี้ทุกวัน

เพิ่มเพื่อน LINE รู้ทันข่าวเทรด ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

@138xnejz