ไทยตรึงค่าเงินไว้ที่ราว 25 บาทต่อดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 2527 จนรัฐบาลต้องปล่อยลอยตัวเมื่อ 2 ก.ค. 2540 พอถึง ม.ค. 2541 บาทอ่อนลงไปแตะ 56 บาท ใครที่กู้เงินเป็นดอลลาร์แต่มีรายได้เป็นบาท ยอดหนี้ในรูปเงินบาทจึงเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า
ค่าเงินแทบไม่ขยับ ธุรกิจจำนวนมากจึงกล้ากู้เงินดอลลาร์ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่า โดยไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
หลังใช้เงินทุนสำรองสู้การโจมตีค่าเงินจนรับไม่ไหว วันแรกเงินบาทอ่อนลงราว 17–20%
แลกกับเงื่อนไขรัดเข็มขัดและการปิดสถาบันการเงินที่มีปัญหา
เป็นหนึ่งในภาพจำที่สุดของวิกฤติ เพราะทำให้พนักงานจำนวนมากตกงานในคราวเดียว
มูลค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์หายไปกว่าครึ่งจากช่วงตรึงค่าเงิน
คนที่กู้ 10,000 ดอลลาร์ไว้ตอนบาทอยู่ที่ 25 มีหนี้ในรูปเงินบาท 250,000 บาท พอบาทไปอยู่ที่ 56 หนี้ก้อนเดิมกลายเป็น 560,000 บาท ทั้งที่ไม่ได้กู้เพิ่มเลย ทุกวันนี้ใครผ่อนของ ลงทุน หรือทำธุรกิจที่ต้องจ่ายเป็นเงินต่างประเทศ เช่น นำเข้าสินค้าหรือจ่ายค่าบริการเป็นดอลลาร์ ก็ยังเจอความเสี่ยงแบบเดียวกันได้ แค่ขนาดเล็กกว่า
วิธีที่ธุรกิจใช้ป้องกันความเสี่ยงนี้ คือทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคาร (forward) หรือหาทางให้รายได้เป็นสกุลเดียวกับหนี้
เพิ่มเพื่อน LINE รู้ทันข่าวเทรด ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย