คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้การเข้ารหัส (Cryptography) ยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม และบันทึกข้อมูลบน บล็อกเชน โดยไม่ต้องมีธนาคารหรือรัฐบาลเป็นตัวกลาง
เริ่มต้นจากบิตคอยน์
ปี 2008 บุคคลหรือกลุ่มคนที่ใช้ชื่อ Satoshi Nakamoto เผยแพร่เอกสาร "Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System" และบล็อกแรกของบิตคอยน์ถูกสร้างในเดือนมกราคม 2009 หลังจากนั้นมีเหรียญอื่นเกิดขึ้นอีกหลายพันเหรียญ
บล็อกเชนทำงานอย่างไร
ลองนึกถึง สมุดบัญชีที่ทุกคนถือสำเนาเหมือนกัน
- เมื่อมีคนโอนเหรียญ ธุรกรรมจะถูกประกาศให้เครือข่ายรับรู้
- ผู้ดูแลเครือข่าย (Miner หรือ Validator) รวบรวมธุรกรรมเป็น บล็อก
- บล็อกใหม่ถูกต่อท้ายบล็อกเดิมเป็น ห่วงโซ่ ที่แก้ไขย้อนหลังได้ยากมาก
- ทุกคนในเครือข่ายตรวจสอบได้ว่าใครโอนอะไรไปเท่าไหร่
กลไกยืนยันธุรกรรม
| วิธี | ใช้ใน | หลักการ |
|---|---|---|
| Proof of Work (PoW) | Bitcoin | Miner ใช้พลังประมวลผลแข่งกันแก้โจทย์ ใช้พลังงานสูง |
| Proof of Stake (PoS) | Ethereum (ตั้งแต่ปี 2022), Solana และอื่นๆ | Validator วางเหรียญค้ำประกัน ใช้พลังงานน้อยกว่ามาก |
ทำไมคริปโตมีมูลค่า
- ความขาดแคลน บิตคอยน์มีจำนวนสูงสุด 21 ล้านเหรียญ และการผลิตใหม่ลดลงครึ่งหนึ่งราวทุก 4 ปี (Halving) ครั้งล่าสุดเกิดเดือนเมษายน 2024
- การใช้งาน Ethereum และเครือข่ายอื่นรองรับ Smart Contract แอปการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และ Stablecoin
- การยอมรับ การเกิดขึ้นของ ETF บิตคอยน์ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2024 ทำให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- ความเชื่อและอุปสงค์ ราคาส่วนใหญ่มาจากความต้องการของตลาด ไม่มีกระแสเงินสดรองรับเหมือนหุ้น
ทำไมราคาเหวี่ยงแรง
- ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีช่วงหยุดพัก
- มี Leverage สูง ในตลาดอนุพันธ์ เมื่อราคาลงแรงจะเกิดการบังคับปิดสถานะต่อเนื่อง (Liquidation)
- อ่อนไหวต่อ สภาพคล่องโลกและดอกเบี้ย อ่าน ดอกเบี้ยกับตลาด
- ข่าวกฎหมาย การแฮ็ก และการล่มของแพลตฟอร์มส่งผลรุนแรง
อ่านต่อ: เหรียญคริปโตหลักที่ควรรู้จัก
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขและข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ