ความรู้ · เศรษฐกิจและธนาคารกลาง

ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และ Yield Curve

ทำไมนักเทรดทองคำและหุ้นต้องดู Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ Yield Curve หัวกลับบอกอะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจ

อัปเดต 2 ต.ค. 2026

พันธบัตร (Bond) คือตราสารหนี้ที่รัฐบาลหรือบริษัทออกเพื่อกู้เงิน ผู้ซื้อได้ดอกเบี้ยตามกำหนดและได้เงินต้นคืนเมื่อครบอายุ ผลตอบแทน (Yield) คืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ซื้อจะได้ถ้าซื้อที่ราคาตลาดตอนนี้แล้วถือจนครบอายุ

ราคากับ Yield สวนทางกันเสมอ

สมมติพันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยคงที่ปีละ 40 ดอลลาร์

  • ถ้าราคาพันธบัตร ลดลง คนซื้อใหม่จ่ายน้อยลงแต่ได้ดอกเบี้ยเท่าเดิม → Yield สูงขึ้น
  • ถ้าราคาพันธบัตร สูงขึ้น → Yield ลดลง

ทำไม Yield 10 ปีของสหรัฐฯ สำคัญ

US 10-Year Treasury Yield ถือเป็น "ดอกเบี้ยอ้างอิงของโลก"

  • ใช้กำหนดดอกเบี้ยเงินกู้บ้านในสหรัฐฯ
  • ใช้เป็นอัตราคิดลดในการประเมินมูลค่าหุ้น ถ้า Yield พุ่ง หุ้นเทคโนโลยีมักถูกกดดัน
  • Real Yield (Yield หักเงินเฟ้อที่คาดการณ์) มีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองคำอย่างชัดเจน

Yield Curve คืออะไร

คือเส้นที่ลากเชื่อม Yield ของพันธบัตรอายุต่างกัน เช่น 3 เดือน 2 ปี 10 ปี 30 ปี

รูปแบบลักษณะความหมายที่มักตีความ
ปกติ (Normal)อายุยาว Yield สูงกว่าอายุสั้นเศรษฐกิจปกติ
แบน (Flat)Yield ใกล้กันทุกอายุเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน
หัวกลับ (Inverted)อายุสั้น Yield สูงกว่าอายุยาวตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะลดในอนาคต เพราะเศรษฐกิจอาจชะลอหรือถดถอย

ในอดีต Yield Curve หัวกลับ (โดยเฉพาะ 2 ปีเทียบ 10 ปี) เกิดขึ้นก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ หลายครั้ง แต่ช่วงเวลาห่างกันไม่แน่นอน และไม่ใช่ตัวทำนายที่แม่นยำเสมอไป

Yield 2 ปีสะท้อนความคาดหวังต่อนโยบายเฟดในระยะใกล้ได้ดี ส่วน Yield 10 ปีสะท้อนมุมมองต่อการเติบโตและเงินเฟ้อระยะยาว

แหล่งข้อมูล

บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขและข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ