พันธบัตร (Bond) คือตราสารหนี้ที่รัฐบาลหรือบริษัทออกเพื่อกู้เงิน ผู้ซื้อได้ดอกเบี้ยตามกำหนดและได้เงินต้นคืนเมื่อครบอายุ ผลตอบแทน (Yield) คืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ซื้อจะได้ถ้าซื้อที่ราคาตลาดตอนนี้แล้วถือจนครบอายุ
ราคากับ Yield สวนทางกันเสมอ
สมมติพันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยคงที่ปีละ 40 ดอลลาร์
- ถ้าราคาพันธบัตร ลดลง คนซื้อใหม่จ่ายน้อยลงแต่ได้ดอกเบี้ยเท่าเดิม → Yield สูงขึ้น
- ถ้าราคาพันธบัตร สูงขึ้น → Yield ลดลง
ทำไม Yield 10 ปีของสหรัฐฯ สำคัญ
US 10-Year Treasury Yield ถือเป็น "ดอกเบี้ยอ้างอิงของโลก"
- ใช้กำหนดดอกเบี้ยเงินกู้บ้านในสหรัฐฯ
- ใช้เป็นอัตราคิดลดในการประเมินมูลค่าหุ้น ถ้า Yield พุ่ง หุ้นเทคโนโลยีมักถูกกดดัน
- Real Yield (Yield หักเงินเฟ้อที่คาดการณ์) มีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองคำอย่างชัดเจน
Yield Curve คืออะไร
คือเส้นที่ลากเชื่อม Yield ของพันธบัตรอายุต่างกัน เช่น 3 เดือน 2 ปี 10 ปี 30 ปี
| รูปแบบ | ลักษณะ | ความหมายที่มักตีความ |
|---|---|---|
| ปกติ (Normal) | อายุยาว Yield สูงกว่าอายุสั้น | เศรษฐกิจปกติ |
| แบน (Flat) | Yield ใกล้กันทุกอายุ | เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน |
| หัวกลับ (Inverted) | อายุสั้น Yield สูงกว่าอายุยาว | ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะลดในอนาคต เพราะเศรษฐกิจอาจชะลอหรือถดถอย |
ในอดีต Yield Curve หัวกลับ (โดยเฉพาะ 2 ปีเทียบ 10 ปี) เกิดขึ้นก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ หลายครั้ง แต่ช่วงเวลาห่างกันไม่แน่นอน และไม่ใช่ตัวทำนายที่แม่นยำเสมอไป
Yield 2 ปีสะท้อนความคาดหวังต่อนโยบายเฟดในระยะใกล้ได้ดี ส่วน Yield 10 ปีสะท้อนมุมมองต่อการเติบโตและเงินเฟ้อระยะยาว
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขและข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ