ตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) คือ ตลาดกลาง ที่ให้คนซื้อขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียนกันอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีกติกาเดียวกัน เหมือนตลาดสดที่มีแผงขายของ แต่สินค้าคือ "ส่วนหนึ่งของความเป็นเจ้าของบริษัท"
หุ้นคืออะไร
เมื่อบริษัทต้องการเงินไปขยายกิจการ แทนที่จะกู้ธนาคารอย่างเดียว บริษัทสามารถ แบ่งความเป็นเจ้าของออกเป็นหน่วยเล็กๆ แล้วขายให้นักลงทุน หน่วยเล็กๆ นี้คือ "หุ้น" คนที่ถือหุ้นจึงเป็นเจ้าของบริษัทบางส่วน และมีสิทธิ์
- ได้รับ เงินปันผล เมื่อบริษัทมีกำไรและประกาศจ่าย
- ได้ กำไรจากส่วนต่างราคา ถ้าขายหุ้นได้แพงกว่าที่ซื้อมา
- ออกเสียง ในการประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ถือ
ตลาดแรกกับตลาดรอง
- ตลาดแรก (Primary Market) คือตอนที่บริษัทขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก เรียกว่า IPO เงินที่ได้เข้าบริษัทโดยตรง
- ตลาดรอง (Secondary Market) คือการซื้อขายระหว่างนักลงทุนด้วยกันหลังจาก IPO แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นในแอปเทรดทุกวัน เงินไม่ได้เข้าบริษัท แต่เปลี่ยนมือระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
ราคาหุ้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
ราคาหุ้นเกิดจาก การจับคู่คำสั่งซื้อและคำสั่งขาย ผู้ซื้อเสนอราคาที่ยอมจ่าย (Bid) ผู้ขายเสนอราคาที่ยอมขาย (Offer หรือ Ask) เมื่อราคาตรงกัน ระบบจะจับคู่ให้อัตโนมัติ ราคาที่ซื้อขายกันล่าสุดคือ "ราคาตลาด"
ถ้าคนอยากซื้อมากกว่าคนอยากขาย ราคาจะขยับขึ้น ถ้าคนอยากขายมากกว่า ราคาจะลง สิ่งที่ทำให้ความต้องการเปลี่ยนคือ
- ผลประกอบการ เช่น กำไรโตเกินคาด หรือขาดทุน
- ข่าวเศรษฐกิจ เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การจ้างงาน (อ่านต่อ ดอกเบี้ยขึ้นลงกระทบตลาดอย่างไร)
- ความคาดหวังในอนาคต ตลาดมักสะท้อนสิ่งที่คนคาดว่าจะเกิด มากกว่าสิ่งที่เกิดไปแล้ว
- อารมณ์ของตลาด ความกลัวและความโลภทำให้ราคาเคลื่อนไหวเกินพื้นฐานได้ในระยะสั้น
ใครเกี่ยวข้องบ้าง
| ผู้เกี่ยวข้อง | หน้าที่ |
|---|---|
| ตลาดหลักทรัพย์ | ให้บริการระบบซื้อขาย กำหนดกติกา ดูแลการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน |
| บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) | เปิดบัญชีให้นักลงทุนและส่งคำสั่งซื้อขายเข้าตลาด |
| หน่วยงานกำกับ | ในไทยคือ ก.ล.ต. ในสหรัฐฯ คือ SEC ดูแลไม่ให้มีการโกงหรือปั่นหุ้น |
| สำนักหักบัญชี | ทำให้หุ้นและเงินเปลี่ยนมือถูกต้องหลังซื้อขาย |
นักลงทุนรายย่อยซื้อขายหุ้นโดยตรงกับตลาดไม่ได้ ต้องผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตเสมอ ตรวจรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.
มูลค่าตลาด (Market Cap)
มูลค่าตลาด = ราคาหุ้น × จำนวนหุ้นทั้งหมด ใช้วัดขนาดของบริษัท และเมื่อรวมทุกบริษัทในตลาดก็ใช้วัดขนาดของตลาดหลักทรัพย์นั้น อ่านต่อว่า ตลาดหลักทรัพย์ไหนใหญ่ที่สุดในโลก
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขและข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ